ETDA เปิดตัวแคมเปญ MEiD มีไอดี “บริการไทย…ไร้รอยต่อ” ดันไทยใช้งานดิจิทัลไอดีให้สำเร็จ
ETDA
เปิดตัวแคมเปญ MEiD มีไอดี “บริการไทย…ไร้รอยต่อ”
ดันไทยใช้งานดิจิทัลไอดีให้สำเร็จ
3 ธันวาคม 2564,
กรุงเทพมหานคร - สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)
หรือ ETDA (เอ็ตด้า) (Electronic Transactions
Development Agency) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เตรียมจัดงานใหญ่
“ก้าวแรกบริการไทย…ไร้รอยต่อ (1st STEP TOWARD THAILAND DIGITAL SOCIETY)” กับเปิดตัวแคมเปญ MEiD มีไอดี “บริการไทย…ไร้รอยต่อ”เพื่อร่วมสร้างความเข้าใจต่อสังคมพร้อมชวนหน่วยงานรัฐ Regulator และพาร์ทเนอร์ต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ระดมความคิดเห็น
สู่การกำหนดทิศทางเร่งเครื่องประเทศไทยใช้ดิจิทัลไอดีเชื่อมทุกบริการให้สำเร็จ
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประธานในงาน กล่าวว่า “โลกในปัจจุบันกำลังขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
บริการต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ต่างผันตัวเองเข้าสู่ดิจิทัลอย่างเห็นได้ชัด
หลายๆ หน่วยงานแชร์ทรัพยากร ข้อมูล
รวมถึงเอกสารผ่านทางคลาวด์กันอย่างแพร่หลาย สอดคล้องกับผลสำรวจพฤติกรรมและทัศนคติของประชาชนของ ETDA
ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา พบว่า
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ต้องการช่องทาง เครื่องมือ หรือบริการ
ที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันดำเนินไปได้อย่างสะดวก ปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งการจะผลักดันให้การทำธุรกิจในยุคดิจิทัลนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
จึงเห็นว่าการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล หรือ ดิจิทัลไอดี (Digital
ID) จึงเป็นเสมือนกลไกที่สำคัญในการทำธุรกรรมในยุคปัจจุบัน
โดยจากผลการสำรวจยังพบอีกว่า กว่า 2 ใน 3 รู้จักและเคยใช้บริการดิจิทัลไอดี (Digital
ID) ผ่านบริการต่างๆ แล้ว ขณะที่บางคนเคยใช้
แต่ก็ไม่รู้หรือไม่แน่ใจว่ากิจกรรมดังกล่าว คือ ดิจิทัลไอดี นอกจากนี้
สิ่งที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ คือ ความสะดวก รวดเร็วในการใช้งาน
ความปลอดภัยและการมีมาตรฐานของการใช้บริการดิจิทัลไอดี
โดยแพลตฟอร์มที่อยากให้ผนวกกับการบริการดิจิทัลไอดีมากที่สุด คือ
บริการสวัสดิการจากทางภาครัฐ รองลงมาคือ บริการทางการเงิน
บริการเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร์ต่างๆ และบริการทางการศึกษา
สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นว่า สังคมส่วนใหญ่อาจยังมีการรับรู้เกี่ยวกับดิจิทัลไอดีที่ยังไม่มากพอ
ทั้งๆ ที่ดิจิทัล ไอดี คือ
ประตูบานสำคัญของทุกการทำธุรกรรมออนไลน์ที่จะช่วยทั้งในมุมด้านความปลอดภัย
และความน่าเชื่อถือ ดังนั้น การสร้างความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับดิจิทัลไอดีให้เกิดขึ้นกับสังคม พร้อมๆ
กับสร้างความร่วมมือในกลุ่มภาครัฐ เอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันผลักดัน
ขับเคลื่อนให้เกิดการใช้งานดิจิทัลไอดีในทุกบริการดิจิทัลของไทย จึงเป็นประเด็นที่เราจะต้องให้ความสำคัญ
ซึ่ง แคมเปญ MEiD มีไอดี “บริการไทย…ไร้รอยต่อ” โดย ETDA
นี้จะเป็นหนึ่งช่องทางสำหรับการสื่อสาร ตลอดจนการสร้างความร่วมมือเพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่จะเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้
เพื่อร่วมผลักดันให้คนไทยเกิดการใช้งานดิจิทัลไอดี รองรับโลกอนาคต ได้สำเร็จ”
ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA
กล่าวเสริมว่า “ประเทศไทยเดินหน้าส่งเสริมให้เกิดการใช้ดิจิทัลไอดีมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมุมของกฎหมาย
มาตรฐานที่เกี่ยวข้องและพัฒนาโครงการพื้นฐานทางสารสนเทศที่รองรับการใช้งาน
ซึ่งล่าสุดคณะรัฐมนตรี ได้มีมติรับทราบและอนุมัติในหลักการด้านการพัฒนาระบบรองรับ Digital
ID ด้วย Face
Verification Service (FVS) ถึงแม้ประเทศไทยจะมีการสนับสนุนในหลายๆด้าน แต่การใช้งานดิจิทัลไอดียังไม่ขยายวงกว้างมากพอ
นี่จึงเป็นประเด็นท้าทายที่ทุกภาคส่วนจะต้องให้ความสำคัญ ETDA ที่มุ่งดำเนินงานเพื่อยกระดับชีวิตคนไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
จึงได้เดินหน้าผลักดันให้คนไทยเกิดการใช้งานดิจิทัลไอดีมาโดยตลอด
ทั้งการร่วมจัดทำแนวทางปฏิบัติ มาตรฐาน
กฎหมายที่เอื้อให้เกิดการทำธุรกรรมทางออนไลน์ด้วยดิจิทัลไอดีและร่วมสร้างนวัตกรรมโซลูชั่นรองรับการใช้งานผ่านโครงการETDA Sandbox พร้อมร่วมพัฒนา
Digital ID framework เพื่อเป็นกรอบแนวทางการพัฒนาบริการดิจิทัลไอดีให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งการที่จะขับเคลื่อนดิจิทัลไอดีให้เกิดขึ้นจริง
จะต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และการให้ความรู้
สร้างความเข้าใจกับประชาชน ที่จะต้องเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันในบทบาทที่แตกต่างกัน
ดังนั้น แคมเปญ MEiD (มีไอดี) “บริการไทย...ไร้รอยต่อ”
ภายใต้โครงการส่งเสริมให้เกิดการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital
Identity) จึงเป็นหนึ่งการดำเนินงานที่จะผนึกกำลังทุกภาคส่วนที่จะเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนให้คนไทยเกิดการใช้งานดิจิทัลไอดี ที่จะเชื่อมโยงทุกบริการมากยิ่งขึ้น
เพราะ MEiD (มีไอดี) จะประกอบไปด้วยกิจกรรมในหลายส่วนด้วยกันไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมการสื่อสาร สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ
ความตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ดิจิทัลไอดี และกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ
ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook:
MEiD (มีไอดี), Line: @meid_thailand, Twitter: MEiD มีไอดี กิจกรรมการสำรวจความคิดเห็นทั้งฝั่ง demand และ
supply จากหน่วยงานรัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชน
เพื่อสะท้อนภาพความต้องการ ข้อกังวล หรือ pain point การรับรู้ต่างๆ
ที่มีต่อบริการดิจิทัลไอดีไทย สู่การเป็นฐานข้อมูลในการนำไปกำหนดทิศทางการทำงานต่อไปและที่สำคัญคือ กิจกรรม Hackathon เพื่อหานวัตกรรม โซลูชัน
เกี่ยวกับดิจิทัลไอดี จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึง สตาร์ทอัพ
ที่จะเข้ามาตอบโจทย์การใช้งานของคนไทยมากที่สุด”
“MEiD มีไอดี
“บริการไทย…ไร้รอยต่อ” จึงเป็นหนึ่งกลไกที่ไม่เพียงปูฐานสร้างความรู้ ความเข้าใจต่อบริการดิจิทัลไอดีให้เกิดขึ้น
เพื่อให้ทุกคนพร้อมสู่โลกอนาคตเท่านั้น
แต่ยังเป็นพื้นที่ของการสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึง Regulator
พร้อมทั้งการร่วมผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลไอดีกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น
เพื่อเชื่อมโยงประชาชน สู่บริการต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง สะดวก และปลอดภัย”
ดร.ชัยชนะ กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กเพจ MEiD
มีไอดี: www.facebook.com/meid.thailand
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น